แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การบริการวิชาการ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การบริการวิชาการ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การบูรณาการงานบริการวิชาการกับการเรียนการสอนและการทำวิจัย "โครงการบริการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ"

           การบูรณาการงานบริการวิชาการกับการเรียนการสอนและการทำวิจัย 
"โครงการบริการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอาย" 
กลุ่มวิชาการพยาบาลผู้สูงอายุ 


             โครงการบริการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ เริ่มดำเนินการครั้งที่ ๑ มาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๓๕ และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนถึงโครงการบริการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ครั้งที่ ๒๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งการจัดโครงการบริการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุนี้ มีรูปแบบการจัดที่เน้นการบูรณาการเนื้อหากิจกรรมในการเรียนการสอน การบริการวิชาการ และการวิจัย ลักษณะกิจกรรมประกอบด้วย

             ๑. กิจกรรมการบริการวิชาการ ได้แก่ การตรวจสุขภาพผู้สูงอายุเบื้องต้น กิจกรรมนันทนาการ การแสดงความสามารถของผู้สูงอายุ นิทรรศการ การสอนและสาธิต การให้ความรู้/คำปรึกษาด้านสุขภาพแก่ผู้สูงอายุ ผู้ดูแลและประชาชนที่สนใจ ซึ่งประเด็นหลักของกิจกรรมที่จัดขึ้นในแต่ละปีจะสอดคล้องกับความต้องการของผู้สูงอายุ ตามข้อเสนอแนะที่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ระบุไว้ในการประเมินผลการจัดโครงการฯ ครั้งที่ผ่านมา ร่วมกับเป็นเรื่องที่สำคัญได้รับความสนใจ ณ ช่วงเวลานั้นๆ

             ๒. กิจกรรมการเรียนการสอน ที่เน้นให้นิสิตได้ฝึกประะสบการณ์วิชาชีพ เพื่อให้การดูแลและส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ โดยบูรณาการในการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๓๕ จนถึงปัจจุบัน ได้แก่ รายวิชาปฏิบัติการดูแลสุขภาพในภาวะเจ็บป่วยเรื้อรัง และรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลผู้สูงอายุ และหลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลผู้สูงอายุขั้นสูง ๑ โดยนิสิตทั้ง ๒ หลักสูตรฯ ได้พัฒนาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันจากการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานทุกกระบวนการตั้งแต่แรกเริ่มจนสิ้นสุดกิจกรรมโดยมีคณาจารย์เป็นที่ปรึกษา

              ๓. การวิจัย โครงการฯ ครั้งที่ ๑๕ มีการใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาความรู้ การปฏิบัติ และเจตคติต่อการพยาบาลผู้สูงอายุของนิสิตพยาบาล สรุปได้ว่า กระบวนการพัฒนาฯ ประกอบด้วย การเตรียมการ การกำหนดเป้าหมาย การดำเนินการ และการประเมินผล นิสิตพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการฯมีคะแนนความรู้เกี่ยวกับการพยาบาลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติและเจคติต่อการพยาบาลผู้สูงอายุของนิสิตภายหลังการจัดโครงการฯ เพิ่มขึ้น

             การจัดโครงการฯ นี้ ส่วนใหญ่มีการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภายนอก คือ เทศบาลเมืองแสนสุข นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเกี่ยวกับทีมบุคลากรเพื่อการตรวจสุขภาพผู้สูงอายุ และการร่วมกิจกรรมการให้ความรู้ด้านสุขภาพ

             การประเมินผลการจัดกิจกรรมของโครงการฯ ในภาพรวม ผู้สูงอายุและประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมในโครงการฯ ตระหนักถึงความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุมากขึ้นจากการได้รับความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและจากการตรวจคัดกรองภาวะสุขภาพ ผู้สูงอายุได้แสดงออกถึงคุณค่าและความสามารถของตนเอง เกิดเครือข่ายการทำงานร่วมกันระหว่างผู้สูงอายุ ชุมชน และคณะฯ นิสิตได้พัฒนาความรู้ ทักษะและเจตคติที่ดีต่อผู้สูงอายุ รวมทั้งคณาจารย์ได้บูรณาการการบริการวิชาการกับการเรียนการสอนและการวิจัยอย่างต่อเนื่อง

วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ความรู้จากคุณแม่สู่บริการวิชาการและการเรียนการสอน : การคลอดธรรมชาติ

              องค์ความรู้เกี่ยวกับการคลอดธรรมชาติ ได้จากวิจัยเชิงคุณภาพเรื่องกระบวนการเผชิญการคลอดของหญิงไทย ผู้ให้ข้อมูลเป็นคุณแม่ครรภ์แรกจำนวน 20 คน ที่คลอดโดยไม่เคยผ่านการสอนเตรียมตัวคลอดและไม่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ทำการสัมภาษณ์เชิงลึกอย่างน้อย 2 ครั้ง ทำให้เข้าใจว่า คุณแม่ทำอย่างไรเพื่อให้ผ่านการคลอดได้ ข้อค้นพบจากงานวิจัยนี้อาจมีส่วนให้พยาบาลผดุงครรภ์มีแนวทางดูแลคุณแม่ระยะคลอดให้สามารถคลอดด้วยตนเองและรู้สึกดีต่อการคลอด
              ข้อสรุปสำคัญ ได้แก่
               1. การฝึกเตรียมตัวคลอดอย่างเป็นรูปแบบไม่จำเป็นเสมอไป คุณแม่แต่ละคนมีระบบการเตรียมตัวคลอดตามแนวทางของตนเองตามธรรมชาติ
               2. การประคบประหงมมารดาในระยะคลอดไม่จำเป็นเสมไป การคิดบวกเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเผชิญการคลอด และวิธีการเผชิญการคลอดที่ดีคือการเคลื่อนไหว เปลี่ยนท่า ซึ่งส่งเสริมให้ลูกเคลื่อนผ่านหาทางคลอดออกมาได้ดี
               ในระยะตั้งครรภ์ คุณแม่ทุกคนมีความกลัวการคลอด และพยายามหาความรู้เกี่ยวกับการคลอดเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการคลอด แหล่งข้อมูลความรู้ที่สำคัญคือ แม่ เพื่อนที่ทำงาน คนรู้จักที่เคยคลอด หนังสือ โทรทัศน์ ส่วนความรู้เรื่องการคลอดที่ได้รับจากบุคลากรวิชาชีพด้านสุขภาพนั้นไม่เพียงพอ ไม่ว่าจะฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลหรือคลินิกก็ตาม คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องการความรู้และคำปรึกษาเกี่ยวกับการคลอดและวิธีปฏิบัติตนระยะคลอดจากการฝากครรภ์
               เมื่อเข้าสู่ระยะเจ็บครรภ์คลอด คุณแม่ส่วนใหญ่พบว่า การคลอดเป็นความเจ็บปวดที่รุนแรงชนิดที่คาดไม่ถึง แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นความรู้สึกทางลบที่รุนแรงที่สุด ความเจ็บปวดของแต่ละคนแตกต่างกัน บางคนปวดน้อย ปวดไม่นาน แต่ก็ปวดรุนแรงที่สุดในชีวิต บางคนปวดมากถึงขั้นรู้สึกทรมาน ทนไม่ไหว อยากขอผ่าตัดคลอดเพื่อพ้นจากความเจ็บปวด (คุณแม่มักขอผ่าตัดคลอดเมื่อใกล้คลอด) บางคนปวดนานจนถึงขั้นรู้สึกเหมือนจะตาย พลังที่จะช่วยให้คุณแม่ผ่านการคลอดได้คือพลังภายในหรือแรงฮึดคือความเข้มแข็งของแม่อันเกิดจากความรักและผู้พันที่มีต่อลูก นึกถึงลูก อยากเห็นหน้าลูก ทนเพื่อลูก และพลังงานภายนอกหรือกำลังใจคือความรู้สึกว่ายังอยู่ได้ทนได้เพราะมีคนอยู่เป็นเพื่อน ซึ่งต้องการสามีมากที่สุด
               ประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่ ความสำเร็จในการเผชิญการคลอดของคุณแม่ขึ้นอยู่กับปัจจัย 2 ประการ ได้แก่ การให้ความหมายของความเจ็บปวดในทางบวก และความสามารถในการสื่อสารกับผู้ดูแล ตราบใดที่คุณแม่ยังคงคิดบวกได้ตลอดเวลา คุณแม่จะสามารถมีพลังใจในการอดทนต่อการเจ็บครรภ์จนผ่านการคลอดได้ และจากงานวิจัยนี้ดิฉันได้เขียนเอกสารเตรียมตัวคลอดแจกให้คุณแม่ที่หน่วยงานฝากครรภ์ โรงพยาบาลพุทธโสธร ตั้งต่ปี พ.ศ. 2547 หากใครต้องการติดต่อขอได้ที่ uchuahorm@gmail.com